ถาม-ตอบข้อมูลด้านยาและเวชภัณฑ์  
 
หัวข้อ อยากทราบเกี่วกับอาการ EPS ที่เกิดจากยา antiphychotic drug
จุดประสงค์การถามเพื่อการรักษาพยาบาล/ดูแลผุ้ป่วย ประเภทคำถามอาการไม่พึงประสงค์จากยา (ADR/Side Effect)
รายละเอียด - Extrapyramidal symptoms ที่เกิดจากการรับประทานยา Halopuridal สามารถเกิดขึ้นได้เร็วแค่ไหน หลังจากรับประทานยาเข้าไปแล้ว ถ้าคนปกติที่ไม่ได้เป็นโรครับประทานเข้าไปแล้ว อาการ EPS นี้จะเกิดเร็วกว่า ผู้ป่วยที่เป็นโรค หรือไม่
-EPS มีหลายอาการ อาการแรกที่จะเกิดขึ้นกับคนไข้ คืออาการอะไร
-ยาที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการแก้อาการ EPS คือยาอะไร เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะออกฤทธิเร็วแค่ไหน ฤทธิของยาจะอยู่ได้นานแค่ไหน

case ที่ ER ส่วนใหญ่แพทย์จะสั่งฉีด Valium หลังจากฉีด valium คนไข้จะดีขึ้นทันทีที่ยาเข้าสู่กระแสเลือด แต่สักพักประมาณ 3-4 ชม.ก็จะมาด้วยอาการเดิมอีก ^__^"


้Help Me Please ............^____^" .......---->>>>>Thanks kah


โรงพยาบาลยะหริ่ง Pictures
แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ วันที่ 06/03/55 เวลา 06.57 น.
กรุณาตอบแบบประเมินความพึงพอใจของผู้รับบริการ
ตั้งโดย : annie_yoyo

วันที่ 06/03/55 06.52 น.
จังหวัด : ปัตตานี
อาชีพ : พยาบาล
โพสต์มาแล้ว : 0 ครั้ง
IP : 122.154.33.194:192.168.1.120
 

ตอบคำถามนี้หน้า : 1
  ความคิดเห็นที่ 1  
 
ยารักษาโรคจิตในปัจจุบันแบ่งได้ 2 กลุ่มใหญ่ คือ Typical (กลุ่มเดิม) และ Atypical (กลุ่มใหม่) antipsychotic drugs ยารักษาโรคจิตไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใหม่หรือกลุ่มเก่าก็รักษาอาการทางจิตได้ในเวลาใกล้เคียงกัน หรือยารักษาอาการเศร้าทุกกลุ่ม ก็ลดอาการซึมเศร้าได้ในเวลาใกล้เคียงกัน ที่แตกต่างกันคือผลข้างเคียงของยา โดยมีเหตุผลจากความจำเพาะในการปิดกั้น receptors (หรือตัวรับสารสื่อประสาท) ในสมองที่ต่างกัน โดยกลุ่มเดิมจะมีความจำเพาะกับ Dopamine2 receptors ส่วนกลุ่มใหม่จะจำเพาะต่อตัวรับอื่นในสมองที่ไม่ใช่ Dopamine2 เช่น 5-HT2A, H1 เป็นต้น (ยกเว้นตัวที่มีความแรงสูงอาจมีจับกับ Dopamine2 ได้ด้วย)

การจำเพาะต่อ dopamine2 จะทำให้เกิดผลข้างเคียงสำคัญที่เรียกว่า Extrapyramidal Symptoms (EPS) ซึ่งอาจเกิดอาการดังต่อไปนี้ 4 แบบ ซึ่งอาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้หากเกิดแบบ Acute Extrapyramidal Side Effects หรือมีระยะเวลาเริ่มเกิดอาการเพียง 1 วันหรือไม่กี่วันหลังกินยา จะมีความสัมพันธ์กับขนาดยาที่ใช้ ยิ่งขนาดสูง โอกาสจะเกิดอาการยิ่งมาก (สามารถลดอาการไม่พึงประสงค์ได้โดยการลดขนาดยาหรือหยุดยา) แต่หากอาการข้างเคียงที่เกิดแบบ Chronic EPS หรือมีโอกาสเกิดหลังกินยาไปแล้วเป็นเดือนหรือเป็นปี แม้หยุดยาก็อาจมีอาการปรากฏต่อเนื่อง ไม่แน่ชัดว่ามีความสัมพันธ์กับขนาดยาที่ได้รับหรือไม่ (อาการ chronic EPS ได้แก่ tardive dystonia และ tardive dyskinesia) ได้แก่

1. กลุ่มอาการที่เรียกกว่า Parkinsonian syndrome ได้แก่ มีอาการคล้ายโรค Parkinson เช่น สั่น กล้ามเนื้อแข็ง และเคลื่อนไหวช้า ผู้ป่วยอาจบ่นว่ารู้สึกตึง ๆ , กลุ่มอาการนี้เป็นกลุ่มอาการที่สามารถเจอได้ค่อนข้างรวดเร็ว เพียงไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์หลังเริ่มรักษา (usually occurs within days or weeks of the initiation of therapy) หรืออาจเกิดได้ตั้งแต่วันแรกที่รักษาก็ได้

2. กลุ่มอาการที่เรียกว่า acute dystonia ได้แก่ คอแข็ง ลิ้นแข็ง กล้ามเนื้อแข็ง, กลุ่มอาการที่เรียกว่า akinesia ได้แก่ เดินก้าวสั้น แกว่างแขนน้อย เริ่มเคลื่อนไหวลำบาก เช่น เริ่มลุกจากเก้าอี้ลำบาก กลุ่มอาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้ภายในไม่กี่วันหลังจากเริ่มรักษา(occurring within a few days of com-mencing treatment) หรืออาจเกิดได้ตั้งแต่วันแรกที่รักษาก็ได้

3. กลุ่มอาการที่เรียกว่า Akathiasia ได้แก่ อยู่นิ่งไม่ได้ (restlessness) ต้องเคลื่อนไหวตลอดเวลา เดินไปเดินมา แม้จะมีกล้ามเนื้อแข็งตึง และ akinesia , อาการนี้จะเกิดภายในไม่กี่วันหลังเริ่มต้นรักษา (often starting within a few days of the initiation of treatment) หรืออาจเกิดได้ตั้งแต่วันแรกที่รักษาก็ได้

4. และกลุ่มอาการที่เรียกว่า Tardive dyskinesia ได้แก่ การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้าซ้ำ ๆ และอยู่เหนือการควบคุมของจิตใจ เช่น แลบลิ้น ใบหน้าบูดเบี้ยว ทำปากขมุบขมิบ กะพริบตาถี่ เป็นต้น อาการนี้เกิดช้าที่สุดเมื่อเทียบกับอาการอื่น ๆ (is a late onset adverse effect of standard antipsychotic therapy)

การป้องกันหรือลดอาการไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนี้ จำเป็นต้องมียา ACA หรือ artane หรือ trihexyphenidyl หรือ benzhexol ซึ่งมีคุณสมบัติเป็น anticholinergic ไปแก้ปัญหาอาการข้างเคียง EPS จากยาต้านโรคจิตดังกล่าว ซึ่งยา Anticholinergic drugs เป็นยากลุ่มที่สามารถรักษา EPS ได้ดีทุกชนิด ยกเว้นเพียง akathisia ที่ propranolol และ benzodiazepine ได้ผลดีกว่า ทั้งนี้ไม่มีความจำเป็นที่จะให้ anticholinergic กับผู้ที่ได้ยารักษาโรคจิตทุกรายเพื่อป้องกัน EPS ยกเว้นผู้ที่เสี่ยงต่อการเกิด EPS เช่น ผู้ป่วยชายที่อายุไม่มาก เด็กหรือผู้ที่มีพยาธิสภาพทางสมอง

ยา ACA เมื่อให้โดยการรับประทาน จะเริ่มออกฤทธิ์ได้หลังกินยาประมาณ 1 ชั่วโมง ระดับยาสูงสุดในเลือดจะถึงหลังกินยาไปประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง

ขนาดยาเริ่มต้นเมื่อให้โดยการรับประทาน คือ 1-2 mg/day สามารถเพิ่มขนาดยาได้ 2 mg ทุก 3-5 วัน ขนาดปกติที่ใช้คือ 5-15 mg/day แบ่งให้วันละ 3-4 ครั้งต่อวัน

ยา Diazepam อาจช่วยได้เพียงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ซึ่งอาจเหมาะกับการใช้ในระยะฉุกเฉินสั้น ๆ (อาจจำเป็นต้องให้หลาย dose ต่อวัน)

หากผู้ป่วยมีอาการ acute dystonia ยาที่สามารถให้ได้ตามบัญชียา รพ.ยะหริ่งมีเพียงตัวเดียวคือ Diazepam ขนาด 5-10 mg IV (ยา 1 Amp มี 10 mg/2ml) ควรฉีดช้า ๆ มากกว่า 1-2 นาที (อัตราเร็วในการฉีดยาไม่เกิน 5mg/minute และความเข้มข้นสุดท้ายสูงสุดก่อนฉีดยาคือไม่ควรเกิน 5mg/ml ซึ่งแสดงว่ายาในบัญชียา รพ.ยะหริ่งไม่จำเป็นต้อง dilute ก่อนให้ก็ได้) การใช้ยานี้สามารถทำให้ผู้ป่วยหายจากอาการได้ใน 15 นาที


เอกสารอ้างอิง :

- ณัฐวุธ สิบหมู่ (บรรณาธิการ) เภสัชวิทยา เนื้อหาสำคัญและแบบฝึกหัด ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
- คณะกรรมการบริหารระบบการใช้ยาและงานสุขภาพจิตชุมชน. Manual to Use Drug คู่มือยาจิตเวชชุมชน โรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์
- American Psychiatric Association practice guidelines for the treatment of Psychiatric Disorders, Compendium, 2006
- Antipsychotics: EPS จาก http://www.medscape.com/viewarticle/407762_4
แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ วันที่ 06/03/55 เวลา 15.16 น.
โดย : admin
วันที่ 06/03/55 15.11 น.
 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
ขอบคุณคร่า......^____^" โดย : annie_yoyo
วันที่ 12/03/55 08.08 น.
 
หน้า : 1


  ตอบ / แสดงความคิดเห็น  
 
รายละเอียด
รูปภาพประกอบ
ชื่อผู้ใช้ สีพื้นหลัง
 
คลิกที่รูปถ้าต้องการแทรกรูป
  แจ้งไปยัง E-mail เมื่อมีผู้แสดงความคิดเห็น
 


Copy right. © 2009 ฝ่ายเภสัชกรรมชุมชน โรงพยาบาลยะหริ่ง