ถาม-ตอบข้อมูลด้านยาและเวชภัณฑ์  
 
หัวข้อ ยา GPO-VIR Z 250
จุดประสงค์การถามเพื่อการศึกษา/แลกเปลี่ยนเรียนรู้แก่บุคลากร/นศ.ด้านสาธารณสุข ประเภทคำถามข้อมูลทั่วไปของยา (General Product Information)
รายละเอียด ต้องการทราบข้อมูลยายาGPO-VIR Z 250 ส่วนประกอบของยา และใช้ในผู้ป่วยเอดส์ลักษณะอย่างไร ต่างจากยาGPO-VIR s 30 อย่างไร
กรุณาตอบแบบประเมินความพึงพอใจของผู้รับบริการ
ตั้งโดย : guest

วันที่ 05/12/54 20.47 น.
จังหวัด : ปัตตานี
โพสต์มาแล้ว : 0 ครั้ง
IP : 118.173.167.67
 

ตอบคำถามนี้หน้า : 1
  ความคิดเห็นที่ 1  
 
ส่วนประกอบของยา GPO vir Z-250 ต่อ 1 เม็ด ประกอบด้วยตัวยา

1) Nevirapine (NVP) 200 mg
2) Lamivudine (3TC) 150 mg
3) Zidovudine (AZT) 250 mg

ส่วนประกอบของยา GPO vir S30 ต่อ 1 เม็ด ประกอบด้วยตัวยา

1) Nevirapine (NVP) 200 mg
2) Lamivudine (3TC) 150 mg
3) Stavudine (d4T) 30 mg

ในด้านส่วนประกอบ ยาทั้งสองตัว มี NVP, 3TC ในปริมาณต่อเม็ดที่เท่ากัน ยกเว้น ส่วนประกอบอีก 1 ตัว คือ
AZT และ d4T


สูตรยาต้านไวรัส HIV ที่ได้รับการแนะนำเป็นสูตรแรกในประเทศไทย ได้แก่

AZT+3TC ซึ่งเป็นยาในกลุ่ม NRTIs (Nucleoside Reverse Transcriptase Inhibitors) ร่วมกับยาในกลุ่ม NNRTIs (Non- Nucleoside Reverse Transcriptase Inhibitors) คือ Efavirenz (EFV) หรือ Nevirapine (NVP) ซึ่งเป็นยาที่องค์การเภสัชกรรมผลิตในรูปแบบรวมเม็ดในชื่อ GPO Vir Z 250 นั่นเอง (หรืออีกสูตรหนึ่งที่เป็นยาสูตรแรกคือ TDF (Tenofovir)+3TC หรือ 3TC/FTC (FTC=Emtricitabine)+EFV (3TC/FTC เป็นยาในรูปรวมเม็ด เหมาะสำหรับใช้ในผู้ติดเชื้อ HIV ที่ติดเชื้อ HBV ร่วมด้วย)

ในขณะที่ยา GPO vir S30 (d4T+3TC+NVP) ปัจจุบันถูกจัดเป็นยาสูตรทางเลือกแล้ว ทั้งนี้เนื่องจาก d4T เป็นต้านไวรัสที่มีการใช้กันมานานกว่า 15 ปี เป็นยาที่ใช้ง่าย มีผลข้างเคียงระยะสั้นน้อย มีประสิทธิภาพสูง ราคาถูก

แต่จากประสบการณ์การใช้ d4T ระยะยาว พบว่ามีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก เช่น Lipoatrophy/lipodystrophyม peripheral neuropathy, hyperlipidemia จึงทำให้แนวทางการรักษาในประเทศที่พัฒนาแล้วมีการตัด d4T ออกจากบัญชีของสูตรยาต้านไวรัสที่แนะนำ มาหลายปีแล้ว องค์การอนามัยโลกก็มีแนวคิดที่จะทยอยลดการใช้ d4T ลง แต่เนื่องจากประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่รับประทานยาที่ประกอบด้วย d4T อยู่ในขณะนี้นับแสนคน และอาจยังต้องมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีอีกจำนวนหนึ่งที่จะต้องรับยาสูตที่ประกอบด้วย d4T อยู่อีกในอนาคต เนื่องจากอาจทนยาอื่นไม่ได้ เพื่อเป็นการช่วยให้องค์การเภสัชกรรมวางแผนการผลิตยาสูตรที่มี d4T ได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการในอนาคต และเพื่อเป็นแนวทางในการปรับเปลี่ยนสูตรยาที่มี d4T ไปเป็นยาสูตรอื่นในช่วงเปลี่ยนถ่าย จึงเห็นควรที่ประเทศไทยจะวางแผนทยอยลดการใช้ d4T ในอนาคต โดยมีแนวทางสังเขปดังนี้

1. กรณีกำลังรับประทานยาที่มี d4T หรือ GPO vir S อยู่ในปัจจุบัน ถ้ามีหรือเริ่มมีอาการแสดงของ lipoatrophy/lipodystrophy เช่น แก้ม ขมับ แขน ขา สะโพก ลีบเล็กลง เส้นเลือดที่แขนโป่งชัดขึ้น และไขมันพอกบริเวณต้นคอ หน้าอก หรือพุง ให้ตรวจ viral load ถ้าน้อยกว่า 50 copies/mL ให้เป็นกลุ่มแรกที่จะเปลี่ยน GPO Vir S เป็น TDF+3TC+NVP หรือเป็น TDF+3TC+EFV ทันที

2. ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ที่รับประทานยาสูตรที่มี d4T หรือ GPO vir S อยู่ในปัจจุบัน และยังไม่มีอาการแสดงของ lipoatrophy/lipodystrophy ให้ทยอยเปลี่ยนเป็น GPO Vir Z โดยก่อนเปลี่ยนยาควรมีผล viral load น้อยกว่า 50 copies/mL ภายใน 12 เดือนที่ผ่านมา หรือถ้ายังไม่ได้ตรวจให้ตรวจเพื่อยืนยันว่าผล Viral load น้อยกว่า 50 copies/mL การเปลี่ยนยาเริ่มจากผู้ที่รับประทาน GPO vir S นานที่สุดก่อน โดยควรเปลี่ยนให้หมดทุกรายภายในปี พ.ศ. 2554 แต่ถ้าผู้ติดเชื้อ HIV ทนผลข้างเคียงของ AZT ไม่ได้ (เช่น ซีดจากการกดไขกระดูก หรือผื่นที่รุนแรง) หรือมีภาวะ lipoatrophy/lipodystrophyเกิดขึ้น แม้จะเปลี่ยนเป็น GPO vir Z เกิน 6 เดือนแล้วก็ตาม ให้เปลี่ยนเป็น TDF+3TC+NVP หรือ TDF+3TC+EFV

3. ในทุกกรณีที่จำเป็นต้องมีการใช้ d4T หรือ GPO vir S ให้ใช้ d4T ขนาด 30 mg หรือน้อยกว่าเสมอ ไม่ว่าผู้นั้นจะมีน้ำหนักเกิน 60 กิโลกรัมก็ตาม เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ของ d4T

4. สำหรับรายที่ไม่เคยได้รับยามาก่อน : ผู้ป่วยติดเชื้อ HIV รายใหม่ที่จะเริ่มยาต้านไวรัสไม่ควรจะเริ่มต้นด้วยสูตร GPO vir S นอกจากผู้ที่มีภาวะซีดมาก (Hb , 8.5 g/dL) หรือแพทย์คาดว่าน่าจะทน AZT ไม่ได้ เช่น CD4 มากกว่า 100 cells/mm3 หรือน้ำหนักน้อยมาก ๆ ก็อาจสามารถเริ่มการรักษาด้วยาสูตร GPO Vir S ได้ แต่ไม่ควรให้เกิน 6 เดือน โดยให้เปลี่ยนเป็น GPO vir Z ถ้าตรวจ viral load แล้วน้อยกว่า 50 copies/mL

เอกสารอ้างอิง :

- แนวทางการตรวจวินิจฉัยและการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยเอดส์ ระดับชาติ ปี พ.ศ. 2553


แก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ วันที่ 07/12/54 เวลา 15.41 น.
โดย : admin
วันที่ 07/12/54 14.49 น.
 
หน้า : 1


  ตอบ / แสดงความคิดเห็น  
 
รายละเอียด
รูปภาพประกอบ
ชื่อผู้ใช้ สีพื้นหลัง
 
คลิกที่รูปถ้าต้องการแทรกรูป
  แจ้งไปยัง E-mail เมื่อมีผู้แสดงความคิดเห็น
 


Copy right. © 2009 ฝ่ายเภสัชกรรมชุมชน โรงพยาบาลยะหริ่ง