ถาม-ตอบข้อมูลด้านยาและเวชภัณฑ์  
 
หัวข้อ ทำไม aspirin 81 mg จึงจัดเป็นยาควบคุมพิเศษ
จุดประสงค์การถามเพื่อการศึกษา/แลกเปลี่ยนเรียนรู้แก่บุคลากร/นศ.ด้านสาธารณสุข ประเภทคำถาม
รายละเอียด
กรุณาตอบแบบประเมินความพึงพอใจของผู้รับบริการ
ตั้งโดย : mah pharm

วันที่ 14/03/54 23.45 น.
จังหวัด : ปัตตานี
อาชีพ : นักศึกษา
โพสต์มาแล้ว : 0 ครั้ง
IP : 202.28.68.33
 

ตอบคำถามนี้หน้า : 1
  ความคิดเห็นที่ 1  
 
วันที่ 20 พฤษภาคม 2550 มีประกาศราชกิจจานุเบกษา ประกาศจากกระทรวงสาธารณสุข เรื่องยาควบคุมพิเศษ ฉบับที่ 33 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคำแนะนำของคณะกรรมการยา ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๖๙) ของข้อ ๓ แห่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องยาควบคุมพิเศษ ลงวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
“(๖๙) ยาแอสไพริน (Aspirin) ยกเว้นที่ใช้สำหรับแก้ปวด ลดไข้”

เหตุผลว่าทำไมจึงประกาศให้ Baby Aspirin (60-81 mg) เป็นยาควบคุมพิเศษ แต่ยา Aspirin ขนาดที่ใช้สำหรับแก้ปวด ลดไข้ยังคงเป็นยาอันตรายเหมือนเดิมนั้น มีข้อมูลจากการตอบคำถามทาง webboard ต่าง ๆ ซึ่งเห็นว่ามีประโยชน์ต่อการตอบคำถามข้อนี้ จึงขออนุญาตนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรูู้ร่วมกันครับ
-------------------------------------

1. จากข้อความข้างต้น แสดงให้เห็นว่า ยาแอสไพรินขนาด grain I จัดอยู่ในยาควบคุมพิเศษเพราะมีข้อบ่งใช้ต้านการเกาะกลุ่มกันของเกล็ดเลือด (antiplatelet aggregation) ส่วนขนาด grain V จัดอยู่ในยาอันตรายเพราะมีข้อบ่งใช้ต้านการอักเสบ (anti-inflammatory)

เหตุใดจึงได้มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งที่เมื่อก่อนก็อยู่ในยาอันตรายทั้งคู่ นักวิชาการให้ความเห็นว่า ยาแอสไพรินที่มีข้อบ่งใช้อื่นนั้น เช่น ป้องกันหลอดเลือดหัวใจ การประเมินความจำเป็นในการสั่งใช้ย่อมควรเป็นแพทย์ เนื่องจากต้องทานติดต่อเป็นระยะเวลานาน ฉะนั้น การจ่ายยาตัวนี้ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์และเภสัชกร

2. Aspent – M คือ ชื่อการค้าของยา aspirin หรือ acetylsalicylic acid โดยมีรูปแบบเป็นยาเม็ดชนิดแตกตัวในลำไส้ เนื่องจากยานี้มีหลายขนาดยา ข้อบ่งใช้จึงอาจแตกต่างกันออกไป กล่าวคือ ในขนาดยา 300 มิลลิกรัมสามารถใช้สำหรับบรรเทาอาการเจ็บปวด บวมจากภาวะอักเสบของข้อ เช่น ไขข้อกระดูกอักเสบ (osteoarthritis) ไขข้ออักเสบรูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis) และ ไขข้อกระดูกสันหลังอักเสบ (ankylosing spondylitis) หรือใช้เพื่อบรรเทาอาการปวดจากสาเหตุอื่น ได้แก่ ปวดประจำเดือน ปวดฟัน ปวดกล้ามเนื้อ ใช้ลดไข้ตัวร้อนที่ไม่ได้มีสาเหตุจากไข้เลือดออก อีสุกอีใส หรือไข้หวัดใหญ่ โดยขนาดใช้ยาในผู้ใหญ่เมื่อมีอาการดังกล่าว คือ รับประทานครั้งละ 325 – 650 มิลลิกรัม ทุก 4 – 6 ชั่วโมง นอกจากนั้นในโรคหลอดเลือดอุดตันเฉียบพลันสามารถใช้ aspirin ในขนาดยาที่สูงได้เช่นกัน คือ ขนาดยา 150-325 มิลลิกรัม เป็นต้น สำหรับขนาดยาต่ำ ( 60 และ 81 มิลลิกรัม) และใช้ระยะยาวพบว่า aspirin มีผลยับยั้งการสร้างทรอมโบเซน A2 (thromboxane A2) ในเกล็ดเลือด (platelet) ซึ่งทำให้เกิดการยับยั้งการรวมกันของเกล็ดเลือด (platelet aggregation) เป็นผลทำให้เลือดไม่แข็งตัว จึงสามารถใช้ในข้อบ่งใช้ในการรักษาโรคหรือป้องกันหลอดเลือดอุดตันได้นั่นเอง นอกจากนี้การใช้ยาในขนาดต่ำในเด็กอายุ 18 ปี อาจทำให้เกิด Reye’s syndrome ได้จึงมีการประกาศให้ aspirin ในขนาดยาต่ำเป็นยาควบคุมพิเศษเพื่อป้องกันไม่ให้พ่อแม่ใช้เพื่อการลดไข้ในเด็กนั่นเอง

ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ที่และพบบ่อย คือ การระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารเป็นแผล กระเพาะอาหารอักเสบ ถ้ารุนแรงอาจทำให้กระเพาะอาหารทะลุ อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ จึงแนะนำให้รับประทานยาพร้อมหรือหลังอาหารทันที ควรดื่มน้ำตามมาก ๆ และหลีกเลี่ยงการใช้ในผู้ป่วยที่มีประวัติโรคกระเพาะมาก่อน

Ref :
-http://drug.pharmacy.psu.ac.th/Question.asp?ID=10952&gid=6
-ภญ. พิชญา ดิลกพัฒนมงคล http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/dic/QA_full.php?id=2327
-ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องยาควบคุมพิเศษ (ตามเอกสารแนบ)

Download ไฟล์แนบ

โดย : admin
วันที่ 15/03/54 12.02 น.
 
หน้า : 1


  ตอบ / แสดงความคิดเห็น  
 
รายละเอียด
รูปภาพประกอบ
ชื่อผู้ใช้ สีพื้นหลัง
 
คลิกที่รูปถ้าต้องการแทรกรูป
  แจ้งไปยัง E-mail เมื่อมีผู้แสดงความคิดเห็น
 


Copy right. © 2009 ฝ่ายเภสัชกรรมชุมชน โรงพยาบาลยะหริ่ง